Fiction Valentine KHR XS,D18
posted on 15 Feb 2009 16:16 by ray-rin in KHRnovel- -|||| มาลงช้าไปหลายยยยยยยยยชั่วโมง... เน้น คำว่าหลาย
ขอโทษทุกท่านจริงๆถ้ายังมีคนติดตาม
เพราะยังแต่งไม่จบ สารภาพบาปเลยว่าไม่คิดว่ามันจะจบด้วย
แต่มันก็จบจนได้!!!!
อ่า ยินดีอย่างถึงที่สุดแต่ก็รู้สึกผิดที่ไม่รักษาสัญญา...
แต่ประสบการณ์ครั้งนี้พูดได้เต็มปากเต็มคำเลยว่า....
ว่า.....
ว่า...
ว่า......
ไอ้เรย์เกลียดPG!!!!!!!!
มันไม่ใช่สายที่ตรูอยู่ ตรูไม่ได้ชอบสายนี้T[ ]T
เอาเถอะแต่ในที่สุดมันก็จบ
รอดตาย
หลังจากไอ้นี่บ่นมานานก็ได้เวลาอันมงคลแล้วเชิญอ่านได้คะ
-------------------------------------------------------------------------------
Author: rayrin
Pairings: XS, D18
Rate: PG-13
Valentine...วันแห่งความรัก วันดีสำหรับคู่รัก สำหรับบางคนที่ได้แต่แอบรัก ให้ได้มีโอกาสเปิดเผยความในใจ
แต่สำหรับบางคน วันนี้คนเป็นวันที่หัวใจทรมานที่สุด...เช่นกัน
‘วาเลนไทน์ วันแห่งความรัก เหอะ! ไร้สาระ ก็แค่วันธรรมดาที่ทึกทักไปเองเท่านั้นแหละว่ะ’ เสียงทุ้มดังขึ้นก่อนจะตามมาด้วยเสียงสมุดเล่มบางโขกหัวผู้เป็นเพื่อน
‘ไม่ได้ไร้สาระซะหน่อย’ อีกเสียงบ่นอุบอิบ ‘วันสำคัญจะตาย’
‘สำคัญ เหอะ อย่าบอกนะว่านายก็เชื่อเรื่องพรรณนี้’คิ้วสีเงินเลิกขึ้นอย่างฉงนเมื่อเพื่อนรักพยักหน้า ‘ทำตัวเป็นผู้หญิงไปได้’
‘ใจดำจริงนะ ถ้ามีคนรักแล้วนายจะรู้เอง สคอวโล่’
‘แกพูดอย่างกับแกมีงั้นแหละดีโน่’ เจ้าของชื่อไม่ตอบแต่ยิ้มรับ
นัยน์ตาสีน้ำแข็งเหม่อลอยยามนึกถึงบทสนทนากับเพื่อนเก่าเมื่อครั้งเยาว์วัย ร่างสมส่วนของรองหัวหน้าแห่งวาเรียนอนก่ายหน้าผากอยู่บนเตียงขนาดนอนคนเดียวแสดงอาการของคนคิดมากอย่างเห็นได้ชัด เรียวปากได้รูปพึมพำเป็นคำพูดราวกับเยาะเย้ยตัวเอง “ถ้ามีคนที่รักแล้วจะรู้เรอะ!” แขนสองข้างดันตัวให้ลุกขึ้นนั่งแล้วมองไปยังปฏิทินก่อนจะถอนหายใจ “ท่าจะจริงของแกว่ะ ดีโน่ ตอนนี้ ฉันรู้แล้ว” รู้ตั้งแต่พบแกบอส
“เอาวะ!!!” ฉลามคลั่งแห่งวาเรียคว้ากล่องสีขาวบนหัวเตียงมาถือแล้วลุกขึ้นยืน “เป็นไงเป็นกันละเฟ้ยยยยยยย!!” ว่าแล้วคนตัดสินใจแน่วแน่ก็เก็บสิ่งนั้นไว้ในกระเป๋าเสื้อคลุมแล้วเดินลงไปยังห้องอาหารเพื่อหาของใส่ท้องเตรียมรับงานยามบ่าย
********************************
ครั้งหนึ่งในสมัยเด็ก ฉันเคยผิดหวังในความรักกับคนๆหนึ่ง ฉันไม่เคยคิดจะบอกความในใจ ได้แต่มองและมองเท่านั้น เพราะกลัวว่าหากบอกไปความสัมพันธ์ที่มีทั้งหมดจะพังทลายเพียงแค่คำว่า รัก คำเดียว
จนกระทั่งเขาคนนั้นได้พบกับเจ้าของหัวใจ ฉันจึงต้องปล่อยมือเขาไปอย่างไม่อาจรั้ง ไม่เคยลืมความเจ็บปวดในตอนนั้น กระจ่างในความทรงจำถึงวันที่หัวใจสลาย
แต่!
วันนี้ฉันได้พบเขา เขาซึ่งเป็นดั่งเมฆที่ล่องลอยบนนภา อิสระ ไม่ผูกมัดกับสิ่งใด ก่อกำเนิดเป็นความรักครั้งใหม่ ชวนหลงไหลมากกว่าครั้งแรก ดังนั้น
ฉันไม่ทางยอมเสียนายให้กับใคร ไม่มีวันยอมมองนายเดินจากไป ฮิบาริ เคียวยะ...
ร่างสูงยืนหลับตานิ่งรวบรวมสมาธิอยู่หน้าบานประตูห้องรับแขกแห่งโรงเรียนนามิโมริ ดวงตาสีน้ำตาลลืมขึ้นก่อนจะยกมือขึ้นมาบิดกลอนประตูออกก่อนจะโผล่พรวดเข้าไปภายในห้องนั้นทันที “เคียวย๊าาาาาา วันนี้ไปเที่ยวกันนะ อุ๊บ!” แทนคำทักทายทอนฟาอาวุธประจำกายของเจ้าของชื่อก็ฟาดเข้าอย่างจังจนกระเด็นไปติดผนังด้านในของห้อง
“น่ารำคาญ ไอ้สัตว์กินพืช” ท่าทีแข็งกระด้างกับวาจาชวนตีไม่ได้สร้างความขุ่นเคืองให้กับผู้มาใหม่แม้แต่น้อย ตรงกันข้ามบอสรุ่น10แห่งคาบัคโลเน่แฟมิลี่กับกระโดดเข้ากอดร่างบางที่ว่าอย่างแสนคิดถึงแม้จะรู้ว่าต้องโดนต่อยแน่ๆก็ตามที
“นะ วันนี้ไปเที่ยวกับฉันนะเคียวยะ” ไม่ว่าเปล่ายังหอมแก้มฟอดหนึ่งทีเป็นผลให้หมัดหนักๆของคนสวยกระแทกเข้าใบหน้าคมอย่างแรง
“คนเยอะหนวกหูน่ารำคาญ มีแต่พวกสุมหัว อีกอย่างฉันไม่ว่างงานยุ่ง ไสหัวไปซะหรือถ้าจะอยู่ก็อยู่เงียบๆอย่ามากวนฉัน” จบวาจาตัดรอนน้ำใจเจ้าของเสียงก็หันหลังกลับไปยังโต๊ะทำงานและเร่งปั่นงานต่อทันที
“เคียวยะใจร้ายยยยยยยย ไม่เจอกันตั้งหลายวัน นี่ฉันอุตส่าห์รีบเคลียร์งานของแฟมิลี่แล้วบินมาหาเลยนะ”
เงียบ
“คนเค้าอุตส่าห์อดหลับอดนอนกะไว้ว่าจะมาฉลองวาเลนไทน์กับแฟนทั้งที” เสียงนั้นยังคงพร่ำต่อไป
เงียบ
“เคียวยะสนใจแต่งาน ไม่สนใจฉันเลย ขนาดนกเคียวยะยังใส่ใจมากกว่า” คำบ่นกลายเป็นคำตัดพ้อแถมไม่วายพาลไปถึงสัตว์เลี้ยงของอีกฝ่ายที่ยังคงเฉย
“ฉันคงไม่ดีสินะ” เสียงพูดแผ่วๆเรียกนัยน์ตาดำให้เหลือบมอง สภาพของคนที่นั่งซุกหน้าลงกับเข่าที่ใช้มือกอดไว้บนโซฟาช่างดูไม่เหมาะกับสภาพของหัวหน้าแก๊งมาเฟียแม้แต่น้อย
“ทำให้เคียวยะมีความสุขไม่ได้ เป็นแค่ตัวน่ารำคาญ” คนฟังวางปากกาลงแล้วเปิดลิ้นชักหยิบของบางอย่าง
“ซุ่มซ่าม ไม่น่าเชื่อถือ กินเด็ก ทุเรศ” คนตัดพ้อยังคงตัดพ้อต่อโดยไม่รู้ว่าภัยกำลังใกล้เข้ามา
“ใช่สิ! ก็ฉันมันเป็นอย่างนี้นี่ เคียวยะคงเกลียดฉันสินะ”
ฟุบ!
“หวา~” ดีโน่ คาบัคโลเน่ แทบจะหน้าคว่ำเมื่อเข่าที่ตนกอดอยู่ถูกดึงลงให้เปลี่ยนเป็นท่านั่งธรรมดาพร้อมๆกับร่างสมส่วนที่นั่งลงบนหน้าตัก “เคียวยะ...?” กล่องสีแดงผูกโบว์สีขาวถูกส่งมาแนบกับอกข้างซ้ายตรงบริเวณหัวใจพอดิบพอดี ซึ่งคนได้ของก็รับมาอย่างงงๆ
“พูดมากอยู่ได้น่ารำคาญ หุบปากแล้วก็กินมันซะ อีกอย่างตอนเที่ยงฉันอยากจะกินข้าวข้างนอก” จบประโยคฮิบาริก็คล้องคอคนตัวสูงกว่าให้โน้มลงมาก่อนจะประทับริมฝีปากของตนลงไปก่อนจะลุกขึ้นเดินไปทำงานต่อ
ดีโน่ลูบปากของตนเองเบาๆแล้วอมยิ้ม จากนั้นจึงลงมือแกะกล่องที่ได้รับมาออกเยบให้เห็นช๊อคโกแลตรูปหัวใจที่ตรงกลางเขียนด้วยไวท์ช๊อคเป็นตัวอักษรว่า D18 หนุ่มจากอิตาลีแอบลอบมองแฟนของตัวเองหนึ่งครั้งแล้วไม่ลังเลที่จะกัด อร่อย! เคียวยะ ทำเองรึเปล่าน้า
*******************************
“มองหน้าฉันทำไม หาเรื่องกันรึไง ไอ้สวะ!” เจ้าของดวงตาสีแดงเพลิงเย็นชาตวาดลั่นห้องอาหารพลางตวัดสายตามองไปยังใบหน้าขาวที่ลอบจ้องมาที่เขาหลายรอบจนน่าหงุดหงิด
“เปล่าซะหน่อย ใครมองหน้าแกวะบอส” ร่างบางเชิดหน้าเถียงปฏิเสธกลับทั้งๆหน้าขึ้นสีเรื่อ
น่ารัก...
แซนซัสยิ้มมุมปากให้กับความคิดของตัวเอง ก่อนจะคว้าแก้วใสที่ใส่ของเหลวอยู่เกินครึ่งปาไปถูกหัวเงินๆทันที
“โกหก”
“เฮ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยย! ทำบ้าอะไรของแกวะ” สคอวโล่ปาดน้ำออกจากใบหน้าตนแล้วโวยลั่นปราสาทหากคนเขวี้ยงมาก็ทำเพียงแค่ส่งสายตาเฉยชาไปเท่านั้น
“หนวกหู ไปทำงานซะไปไอ้สวะ แล้วก็เย็นนี้ถ้าแกมาที่ห้องฉันช้าเกินบ่ายสองโมงเย็นอย่าหวังเลยว่าแกจะได้เห็นแสงตะวันอีก” บอสแห่งวาเรียออกคำสั่งไว้แค่นั้นก่อนจะเดินออกไปเสียเฉยๆทิ้งให้คนโดนสั่งสบถพรืดแต่ก็ยอมลุกไปทำงานโดยดีหลังจัดการอาหารในจานเรียบร้อยแล้ว
“อะไรของมันวะ” ฉลามร้ายพูดพลางปาดเลือดออกจากใบหน้าของตน ช้าเกินบ่ายสองอย่าหวังว่าจะได้เห็นแสงตะวันอีก... ปกติมันไม่เป็นแบบนั้น ไม่มีเลยสักครั้งนี่หว่าที่จะกำหนดเวลากลับ
ร่างเพรียวลมคิดขณะเดินผ่านทางโล่งไปสู่ห้องของหัวหน้าตน คิ้วสวยขมวดมุ่น คบกันมาตั้งหลายปีก็มีแค่ปีละไม่กี่ครั้ง เดาใจยากชิบหายเลยเว้ยยยย! ขาเรียวหยุดลงพร้อมกับความคิดขณะที่ผลักบานประตูเข้าไป
“มาช้านะไอ้สวะ” เสียงทุ่มดังขึ้นทั้งๆที่ยังไม่เงยหน้าขึ้นมาจากกองเอกสาร สคอวโล่นึกสรรหาคำพร่ำด่านายของตนมากมายก่ายกองแต่แน่นอนว่าทำได้แค่นึก ก่อนจะเดินไปวางรายงานการทำงานแล้วเดินไปหยิบเหล้าชั้นดีรินใส่แก้วมาให้อย่างรู้หน้าที่ แซนซัสรับแก้วนั้นมาจิบก่อนจะเขวี้งใส่อีกคนทีทำท่าจะเดินออกไปนอกห้อง
เพล้ง!
“เฮ้ยยยยยยยย! ปามาทำไมวะ” ปฏิกิริยาเก่าๆที่ต่อให้ผ่านไปนานแค่ไหนก็ไม่เคยเปลี่ยนตอบรับมาดังคาด ร่างบางรีบหันหน้ามาโวยใส่ทันที
“แล้วแกมีปัญหาอะไรรึไง” นัยน์ตาสีเพลิงจ้องลึกลงไปในดวงตาสีน้ำแข็ง “มานี่สคอวโล่” เจ้าของชื่อเดินไปตามเสียงเรียกอย่างว่าง่าย
“มีอะไรก็ว่ามาบอส” มือหนาเอื้อมไปสัมผัสดวงหน้าหวานราวสตรีลูบไล้ให้หายอยากแล้วเลื่อลงมาจับที่คางดึงให้เข้ามาใกล้
“แกรู้รึเปล่า ว่าวันนี้วันอะไร ไอ้สวะ” มือที่ว่างอีกข้างเลื่อนไปโอบเอวบางรั้งให้แนบตัก รองหัวหน้าแห่งวาเรียหน้าขึ้นสีเอียงอายจนน่ารัก
“สิ 14 กุมภาไงบอส ความจำเสื่อมรึไงวะ” คำตอบแท้ๆกระจ่างอยู่ชัดเจนในใจแต่กลับเฉไฉไปตอบอย่างอื่น
โป๊ก!
“เว้ยยยยยย! มันจ็บนะเว้ย” หัวเงินๆที่แนบกับโต๊ะทำงานด้วยแรงกระแทกอย่างแรงเด้งขึ้นมาตวาดลั่นห้อง บอสนะบอส เมื่อกี้ยังทำตัวน่ารักอยู่แท้ๆ ไหงกลับทำแบบนี้วะ
“สคอวโล่” ดวงตาแสนเย็นชาหรี่ลงพร้อมกดเสียงให้ต่ำ บ่งบอกถึงอารมณ์ที่เริ่มปะทุ “วันนี้วันอะไร”
“สะ 14 กุมภาวันวาเลนไทน์เฟ้ยยยยยยยย!” ฉลามคลั่งคลั่งสมชื่อร้องลั่นแล้วสะบัดหน้าหนีเพื่อซ่อนรอยๆแดงๆที่ใบหน้าของตน
“แล้วรู้สินะว่าต้องทำอะไร ไอ้สวะ” รอยยิ้มแสยะปรากฏใบหน้าคมพร้อมประคองดวงหน้าสวยเกินชายเข้ามาใกล้ๆ “มีของให้ก็รีบให้อย่ายืดยาด”
**********************************
ไอศกรีมรสวานิลาถูกตักใส่ช้อนแล้วไปจ่อที่ปากฝ่ายตรงข้ามบริการให้ถึงที่ คนโดนป้อนไม่ใส่ใจแต่เบือนหน้าหนีแล้วยกน้ำขึ้นมาดื่มแทน
“โถ่ เคียวยะฉันป้อนนะกินหน่อยสิ” ดีโน่พูดพลางกระดกช้อนในมืออย่างขัดใจ
“ไม่ชอบของหวาน” ชายหนุ่มผมทองส่ายหัวระอาดับคำตอบที่ได้รับ ไม่ชอบทั้งๆที่กินไปสองถ้วยแล้วน่ะนะ
“เอาเถอะ” เจ้าตัวพูดแล้วตักเข้าปากตัวเองแทน “จะไปไหนต่อดีเคียวยะ”
“กลับห้อง”
“ที่อื่นซี่ นานๆทีได้มาเที่ยวด้วยกันแบบนี้ไม่อยากให้มันจบแค่นี้หรอกนะ” น้ำเสียงหงอยๆเรียกความสมเพศจากคนนฟังได้ดิบดี ร่างบางลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินไปไม่สนใจคนข้างหลังที่กุลีกุจอลุกตาม
“เดี๋ยวเคียวยะจะไปไหนน่ะ” คำถามถูกยิงใส่ทันทีเมื่อตามทัน
“สวนสาธารณะ” นัยน์ตาสีนิลเหล่มองน้อยๆแล้วเอ่ยวาจาตอบ คำตอบที่เรียกรอยยิ้มบนใบหน้าหล่อเหลาไม่ได้ยาก น่ารักจริงๆเลยเคียวยะ
บรรยายกาศในสวนสาธารณะดูร่มรื่นและเงียบสงบ เพราะในวันนี้คงไม่มีคู่รักคู่ไหนไม่พากันไปเดทอย่างแน่นอน คนจึงดูน้อยกว่าปกติ ฮิบาริมองหาทำเลเหมาะๆก่อนจะไปสะดุดตาใต้ต้นไม้ต้นหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องคิดเมื่อของดีมาอยู่ตรงหน้า ขาเรียวย่างไปตรงจุดนั้นทันทีพร้อมนั่งลงพิงลำต้น
แม้จะเป็นช่วงปลายฤดูหนาวอากาศก็ยังคงหนาวอยู่ไม่เปลี่ยน ร่างสมส่วนสั่นน้อยๆ ก่อนจะสัมผัสได้ถึงความอุ่นวาบ ดวงตาตวัดลงมองเสื้ออย่างงงๆ
“ก็เคียวยะไม่ได้เอาเสื้อที่ฉันให้มานี่นา เอาของฉันไปก่อนก็แล้วกัน แต่ก็ขอข้อแลกเปลี่ยนด้วยนะ” ฉับพลันเมื่อจบประโยคร่างสูงของดีโน่ก็ล้มตัวลงนอนบนตักของแฟนตัวเองโดยไม่สนใจสิ่งใดตั้งสิ้น
“หนัก ลุก” มือเรียวพยายามดันหัวม้าเจ้าเล่ห์ออกจากตักตนแต่เหมือนจะไม่เป็นผลแถมมือปลาหมึกยังเลื่อนมาโอบเอวเขาอีก ดิ้นรนไปสักพักสุดท้ายก็ปล่อยเลยตามเลย
จบงานนี้มีตาย
“เคียวยะ”
“อะไร” “นายรักฉันไหม ฉันรักนายนะ ฉันคงอยู่ไม่ได้แน่ถ้าไม่มีนาย ชีวิตต่อจากนี้คงทรมาน” ไม่ว่าเปล่ายังจับมือนิ่มขึ้นมาจูบเป็นการยืนยันถึงทำพูดของตน
“ไร้สาระ!” เคียวยะก้มหน้าลงมามองอีกคนที่รอฟังคำตอบมองลึกลงไปในดวงตาต่างสีคู่นั้น “ถึงไม่มีนายฉันก็อยู่ได้ แต่ก็แค่เป็นคนไร้ความรู้สึก ดีโน่ อย่าถามอะไรบ้าๆได้ไหม ไอ้ม้าบ้า”
สายลมพัดแผ่วนัยน์ตาสีน้ำตาลสั่นไหวไม่นึกไม่ฝันว่าจะได้รับคำตอบที่แสนน่ารักจากคนคนนี้
“เคียวยะ”
“ฟังไว้นะไอ้ม้าพยศต่อจากนี้ไป ทุกวันวาเลนไทน์....ทุกๆวันพิเศษแกต้องมาอยู่กับฉัน ถ้าไม่มาแกโดนฉันขย้ำแน่ไอ้สัตว์กินพืช!” แทนคำสัญญาณ หนุ่มจากอิตาลีลุกขึ้นนั่งแล้วดึงร่างบางเข้ามากอดประทับริมฝีปากลงไปเนิ่นนาน มือเรียวกำเสื้ออีกฝ่ายแน่น
“เฮอะ เห็นว่าวันนี้เป็นวันพิเศษหรอกนะ ฉัน...รักนายดีโน่” อ้อมแขนรัดแน่นยิ่งกว่าเดิม
“ฉันเองก็รักเคียวยะที่สุด”
แม้อดีตเคยพลาดพลั้ง
แต่ก็ขอเดิมพันธ์หัวใจไว้กับเขาคนนี้
ไม่ยอมให้ใครมาพราก
จะอยู่ด้วยกันตราบชั่วนิรันดร์
Ti amo Hibari Kyoya
You…forever
**************************
“แซนซัส” เสียงหวานครางแผ่วพยายามดันคนที่ซุกไซ้บริเวณต้นคอของตนออก “ฉัน...มีงาน...อีกนะ”
“ให้ไอ้สวะเบลทำก็ได้” เจ้าของชื่อตอบพลางปลดกระดุมเสื้อที่แสนจะเกะกะออกจากร่างงามแสนยั่วยวน “แกน่ะอยู่เฉยๆเหอะไอ้ฉลามสวะ”
“ปัด อึก โถ่เว้ย บอสหยุดสิวะเฮ้ย” ปัดป้องไปทั้งๆที่รู้ว่าไร้ผล แม้จะเคยมีอะไรกันจนนับครั้งไม่ได้ แต่หลังจากรีบทำงานแล้วกลับมามันเหนื่อยนะเว้ยยยยยย
“แกจะอายอะไรวะ” แซนซัสว่าอย่างไม่สบอารมณ์ไม่ยังไม่ยอมหยุดดูท่าจะลามไปถึงกางเกงแล้วด้วย
“ไม่ได้อาย มันเหนื่อยโว้ยยยยยย บอส!” เสียงไม่อาจนับจำนวนหลอดได้ดังเข้าไปในหูคนลวมลามทำให้มือทั้งสองหยุดชะงัก
“เหอะ สวะเอ๋ย” บอสแห่งวาเรียสบถพรืดก่อนจะลุกเดินไปหยิบดอกกุหลายสีดำในแจกันแล้วเดินมายื่นให้ตรงหน้า เจ้าของเรือนผมสีเงินยวง “แกน่ะรู้รึเปล่าว่ากุหลาบดำหมายถึงอะไร สคอวโล่”
“ก็ความตายไงวะเฮ้ย” ปากเอ่ยวาจากระด้างแต่กลับรับมาอย่างนิ่มนวล
“ความตายคือสิ่งนิรันดร์ กุหลาบดำหมายถึงความตายและ” วงแขนแกร่งดึงร่างบางเข้ามาจูบเร่าร้อน ลิ้นอุ่นแทรกเข้าไปตวัดพัวพัน “รักนิรันดร์”
รองหัวหน้าแห่งวาเรียนิ่งอึ้ง มันพูดจาแบบนี้เป็นกับเขาด้วยหรอวะ...
“คนที่ทำให้เกิดวันนี้ก็เป็นนิรันดร์ ถ้าแกเคยฟังที่มาของวันนี้นะไอ้สวะ”
“แล้วแกรู้ได้ไงวะบอส” เสียงหวานเอ่ยถาม “หรือว่าแกสนใจเรื่องพรรณนี้” นึกไปนึกมาชักขำ
“ไอ้กระเทยนั่นมาเห่าให้ฟัง ดอกไม้นั่นแกรับมันไปแล้วนะไอ้สวะ อย่าลืมซะละ”
“เออน่า” ร่างบางถูกกดลงบนเตียงอีกครั้งหากคราวนี้ไร้การขัดขืน “ไม่ลืมหรอก ไม่มีทาง บอส” บทบรรเลงรักเริ่มขึ้นพร้อมเสียงครางกระเส่า
“แกเป็นของฉันชั่วนิรันดร์” เสียงทุ้มต่ำดังเรียกสติที่ใกล้หลุดลอย ใบหน้าคมโน้มลงมาข้างหูหร้อมกระซิบคำที่ทำให้ร่างบางเผลอยิ้มน่ารักไม่รู้ตัว
“Ti amo Squalo”
แกเป็นของฉันตลอดไป
ไม่มีทางลืมว่าเลือกใคร ไม่มีทางลืมว่ามอบทั้งชีวิต ศักดิ์ศรีและหัวใจให้ใคร
สวะอย่างแกอยู่ภายใต้การควบคุมของฉัน
ต่อให้ชั่วชีวิตจะหาไม่ยังไงก็ไม่มีวันเปลี่ยนใจ
‘วรุณเลือดหลั่งรินได้ไม่แห้งเหือดเพราะนภาอนันตกาล เช่นเดียวกันที่ผืนฟ้ารัตติกาลมีชีวิตชีวาด้วยพิรุณสีแดง’
edit @ 15 Feb 2009 16:57:41 by เรย์
edit @ 27 Mar 2009 19:26:03 by ไอ้เรย์...คลั่งไคล้SM DARK เป็นชีวิตจิตใจ

#1 By Bayonet_ไร้ทางเลือก on 2009-02-15 16:53